การเปรียบเทียบระหว่างซีรีส์ Kimtech™ G3, G5, และ G6 ช่วยให้เห็นภาพชัดเจนว่าถุงมือแต่ละรุ่นเหมาะกับห้องปลอดเชื้อ (Cleanroom) ระดับใด และมีความเข้มงวดในการควบคุมการปนเปื้อนแตกต่างกันอย่างไร
การเปรียบเทียบ Kimtech™ G3, G5, และ G6
| คุณสมบัติ | Kimtech™ G3 | Kimtech™ G5 | Kimtech™ G6 |
| ระดับ ISO Cleanroom ที่แนะนำ | ISO Class 3 และ 4 (หรือสูงกว่า) | ISO Class 5 (หรือสูงกว่า) | ISO Class 6, 7 และ 8 (หรือสูงกว่า) |
| Class ในระบบเก่า | Class 10 / Class 100 | Class 100 | Class 1,000 / Class 10,000 / Class 100,000 |
| EU GMP (Pharma) | เกรด A / B | เกรด C / D | เกรด C / D |
| การควบคุมอนุภาค | เข้มงวดสูงสุด (อนุภาคต่ำสุด) | เข้มงวดสูง | เข้มงวดปานกลาง |
| การควบคุมสารตกค้าง (Extractables) | เข้มงวดสูงสุด | เข้มงวดสูง | เข้มงวดปานกลาง |
| ตัวอย่าง (Nitrile) | 56889 (Sterile), 56880 (Non-Sterile) | 5771x (Nitrile Comfort) | 68700 (Nitrile) |
| สถานะปลอดเชื้อ (Sterile Options) | มี (เป็นตัวเลือกหลัก) | มี (เป็นตัวเลือก) | ไม่มี (โดยทั่วไป) |
| ลักษณะการใช้งานหลัก | กระบวนการผลิตที่สำคัญ (Critical Manufacturing), งานยาปราศจากเชื้อ | งานในตู้ดูดเชื้อ (Laminar Flow Hood), การประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ | งานทั่วไปในคลีนรูม, งานบำรุงรักษาในคลีนรูม |
สรุปความแตกต่างที่สำคัญ
-
ระดับความสะอาด (ISO Class):
-
G3 (ISO 3-4): ถูกออกแบบมาสำหรับสภาพแวดล้อมที่ควบคุมความสะอาดสูงสุด (Ultra-critical) ที่ต้องการการควบคุมอนุภาคและสารปนเปื้อนที่ต่ำที่สุด
-
G5 (ISO 5): ออกแบบมาสำหรับสภาพแวดล้อมที่สำคัญ (Critical) ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับคลีนรูมส่วนใหญ่
-
G6 (ISO 6-8): ออกแบบมาสำหรับสภาพแวดล้อมที่ควบคุม (Controlled) ซึ่งยังคงต้องมีการควบคุมอนุภาค แต่ไม่เข้มงวดเท่า G3 และ G5
-
-
สถานะปลอดเชื้อ (Sterility):
-
G3 มักจะมีรุ่น Sterile (ปลอดเชื้อ) เป็นทางเลือกหลัก เนื่องจากมักใช้ในงานที่ต้องการความปราศจากเชื้อ เช่น การผลิตยาปราศจากเชื้อ
-
G5 และ G6 มักเป็นแบบ Non-Sterile (ไม่ปลอดเชื้อ) เป็นหลัก
-
-
ความหนา/วัสดุ:
-
G3 Sterling Nitrile (สีเทา) มักจะเน้นที่ความบางเป็นพิเศษเพื่อความไวในการสัมผัส
-
G5 Comfort Latex/Nitrile มักจะให้ความสมดุลระหว่างความทนทานและความสบาย
-
G6 Nitrile มักจะมีความหนาที่เหมาะสมสำหรับคลีนรูมทั่วไป
-
คำแนะนำ:
การเลือกซีรีส์ถุงมือที่เหมาะสมที่สุดควรพิจารณาจากข้อกำหนดของ ระดับ ISO Class ของห้องปฏิบัติการหรือโรงงานของคุณเป็นหลัก เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นไปตามมาตรฐานการผลิตหรือมาตรฐานการวิจัยที่เกี่ยวข้อง
