การที่แรงดันไฟฟ้า (Battery Voltage) อยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่ได้แปลว่าแบตเตอรี่จะยังคงมีสุขภาพดี (Healthy) หรือพร้อมใช้งานเสมอ
แรงดันไฟฟ้าขณะสแตนด์บายบอกได้เพียง “ระดับการประจุไฟคงเหลือ” (State of Charge – SOC) ณ ตอนนั้น ไม่ใช่ตัววัด “ความสามารถในการเก็บและจ่ายพลังงาน” (State of Health – SOH)
ทำไมแรงดันไฟฟ้าปกติ แต่แบตเตอรี่อาจจะเสื่อมแล้ว?
-
แรงดันไม่ตกจนกว่าจะโดนดึงกระแส (Load Test)
-
แบตเตอรี่ที่เสื่อมแล้วอาจวัดแรงดันลอยๆ (Open Circuit Voltage) ได้ 12.6 V เท่ากับแบตใหม่
-
แต่เมื่อนำไปใช้งานจริง เช่น สตาร์ทเครื่องยนต์ ความต้านทานภายใน (Internal Resistance) ที่สูงขึ้น จะทำให้แรงดันร่วงวูบลงทันที (<9.6 ) ทำให้สตาร์ทไม่ติด
-
-
ค่า CCA (Cold Cranking Amps) ลดลง
-
ค่า CCA คือกำลังในการจ่ายกระแสไฟฟ้าแรงสูงในระยะเวลาสั้นๆ
-
แบตเตอรี่ที่ใช้นานแล้ว แผ่นธาตุจะเกิดการเกาะของซัลเฟต (Sulfation) ทำให้เก็บไฟได้น้อยลงและจ่ายกระแสสูงๆ ไม่ไหว แม้จะชาร์จจนแรงดันเต็ม 12.6 V ก็ตาม
-
-
ความต้านทานภายใน (Internal Resistance) สูงขึ้น
-
เมื่อแบตเตอรี่เสื่อม ความต้านทานภายในจะเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ ส่งผลให้จ่ายไฟได้ไม่ดี และเกิดความร้อนสูงขณะชาร์จหรือใช้งาน
-
วิธีตรวจสอบ สุขภาพแบตเตอรี่ (SOH) ที่ถูกต้อง
| วิธีการตรวจวัด | สิ่งที่บอก | ความน่าเชื่อถือ |
| วัดแรงดัน (Voltage Meter) | บอกแค่ว่ามีไฟชาร์จอยู่เท่าไหร่ | ต่ำ (บอกสุขภาพแบตไม่ได้) |
| วัดค่า CCA / Internal Resistance | บอกกำลังจ่ายไฟสูงสุดและความต้านทานภายใน | สูง (ใช้เครื่องทดสอบโหลด/Digital Battery Analyzer) |
| วัดความถ่วงเฉพาะ (Hydrometer) | บอกความเข้มข้นของน้ำกรด (สำหรับแบตน้ำ) | ปานกลาง-สูง |
